การเลือกซื้อลู่วิ่ง


การเลือกซื้อลู่วิ่ง


 

 

 

การเลือกซื้อเครื่องวิ่งไฟฟ้า

จากประสบการณ์ขายหลายสิบปีของผู้เขียน มีหลักการไม่กี่ข้อ และไม่ควรตายตัว ควรขึ้นอยู่กับดุลพินิจส่วนบุคลด้วย

A .ร้านค้า มันสำคัญมาก..ได้ของดีแต่ร้านค้าห่วย ผมไม่เอานะ คือของดี ไม่ใช่ว่าจะไม่พัง รถยนต์คันล่ะหลายสิบล้านเวลาซื้อยังต้องดูศูนย์บริการ ได้ของแย่ (ใครจะรู้เลือกมากได้หนอน 5555)ร้านค้าดี ดูแลเรา บริการเรา จนเราเกรงใจ มันหายาก แต่ก็ยังพอมีอยู่

B. กำลังมอเตอร์ ง่ายๆ เลือกเกินได้ แต่อย่าเลือกต่ำกว่าน้ำหนักตัวเอง แรงม้าต่ำเกินไป อืด กำลังตก วิ่งไม่สนุก วิ่งไม่รื่น   ส่วนเรื่องที่น้ำหนักไม่สัมพันธ์กับแรงม้านั้น มีผลต่อความทนทานนิดหน่อยครับ เต็มที่มันก็อืด ไม่เคยมีแรงม้าน้อยแล้วมอเตอร์ไหม้ มอเตอร์พังเพราะคุณภาพไม่ดีครับ ไม่ใช่พังเพราะมันทำงานหนัก เต็มที่มันร้อนมันก็ตัดไฟ ใครจะวิ่งจนมอเตอร์ไหม้ หายาก คงวิ่งทั้งวัน 5555  หรือส่วนมากแล้วยิมบ้านเรากากๆๆ เอา Home Use ไปใช้ใน Fitness พังแน่นอน 5 แรงม้าก็ไม่รอด เพราะถึงจะแรงจริง แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้วิ่งทั้งวัน

-น้ำหนัก 40-60 กก. เลือก 1.5 แรงม้า ขึ้นไป

-น้ำหนัก 60-80 กก. เลือก 1.75 แรงม้า ขึ้นไป

-น้ำหนัก 80-100 กก. เลือก 2 แรงม้า ขึ้นไป

-น้ำหนัก 100-120 กก เลือก 2.2 แรงม้า ขึ้นไป

-น้ำหนัก 120-140 กก. เลือก 2.5 แรงม้า ขึ้นไป

-น้ำหนัก 140-160 กก. เลือก 3.0 แรงม้า ขึ้นไป

C.  ได้มอเตอร์ในใจแล้วมาดูแบรนด์กัน 

      สินค้ามีเป็นร้อยๆเครื่อง หลายสิบแบรนด์ สินค้าแบรนด์อะไร น่าเชื่อถือแค่ไหน มีอะไหล่หรือไม่ และศูนย์ซ่อมสามารถติดต่อได้ที่ไหนบ้าง นั่นก็ขึ้นอยู่กับคุณจะสรรหาเอาเองนะครับ เลือกมาสัก 2-3 แบรนด์ ได้แบรนด์ก็มาดูคุณลักษณะของสินค้า เทียบกันครับ ประกอบด้วย

 

โครงสร้าง การรับน้ำหนัก อันนี้ต้องได้ลองวิ่งครับ เครื่องบางเครื่องมอเตอร์ใหญ่ แต่วิ่งแล้วยวบยาบ มีเสียงออดแอด ยาง ระบบรองรับแรงกระแทกเล็กไป หรือเหล็กบอบบาง สายพานบางเกินไป แกนสายพานเล็กเกินไป หรือแม้กระทั้งที่วางเท้าก๊อบแก๊บเกินไป อันนี้มีผลต่อความสุขในการใช้งานครับ ลองนึกภาพเราได้ของที่ทนทานไม่เคยเรียกช่าง แต่งานประกอบ วัสดุแย่ การออกแบบไม่ดี ให้วิ่งนอกบ้านยังสนุกกว่าครับ

 

การใช้งาน เลือกให้เหลือ 2 เครื่อง  ก็ถึงคร่าวตัดสินใจในด่านสุดท้าย เดี๋ยจะมาเล่าต่อครับ

 



ผู้ตั้งกระทู้ SUWANNEE (fhonjang1984-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2016-01-16 17:10:27


ก่อนหน้า1ถัดไป

ความคิดเห็นที่ 1 (4096129)

10 วิธีเลือที่ภกลู่วิ่ง ที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

  1. งบประมาณในใจ เราแนะนำให้คุณวางไว้เป็นช่วงๆ เพราะแต่ล่ะช่วงคุณภาพใกล้เคียงกัน ต่างเพียงฟังชั่นเสริมและเทคโนโลยี่ที่เพิ่มเข้าไป เช่น วางงบไว้ที่ 15,000 - 20,000 บาท 20,000-25,000 บาทเ  35,000- 40,000 บาท 40,000-50,000 บาท 60,000-70,000 บาท เป็นต้น
  2. เมื่อได้งบในใจแล้ว มันจะพาคุณไปหากลุ่มลู่วิ่งที่คุณจะพิจารณาซื้อต่อไป นั่นคือ ขนาด เครื่องวิ่ง มีสามขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ ไม่ต้องเสียเวลาไปวัดสายพาน เพราะเป็นเพียงแค่ตัวเลขที่ทำให้เราสับสน บางรุ่นสายพานกว้างแต่พื้นที่ในการวิ่งแคบ บางรุ่นสายพานแคบกว่า1-2 cm แต่พื่นที่วิ่งกว้าง บางรุ่นแคบแต่ยาว บางรุ่นกว้างแต่สั้น เอาเป็นว่าเราขึ้นวิ่งแล้วรู้สึกสบาย เลือกตัวที่เหมาะสมกับคุณ เล็ก กลาง ใหญ่  ในราคาที่เป็นตัวกำหนด เช่น 20,000 คุณคงหาลู่วิ่งที่ใหญ่เท่าฟิตไม่ได้ ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย นั่นหมายถึงถ้าคุณไม่พอในในขนาด คุณอาจจำเป็นต้องเพิ่มงบ 555 นั่นแหละครับ เกิดเป็นคนตัวใหญ่ต้องจ่ายเยอะ
  3. เสป็คเครื่องและการรับประกัน หมายถึง รับน้ำหนักได้เท่าไหร่ มอเตอร์กี่แรง (มอเตอร์จีนแนะนำ 3.0 แรงขึ้นไป มอเตอร์ไต้หวันแนะนำ 2.0 แรงขึ้นไป ส่วนมอเตอร์อเมริกากี่แรงก็ได้ของเค้าคุณภาพอยู่แล้ว) และที่ว่าแรงๆนี่รับประกันกี่ปี ถามชัวร์ๆ ไม่ใช่ 5 แรงม้าแต่รับประกันปีเดียว อันนี้ก็ไม่ไหว แสดงว่าไม่ดีจริง แรงแต่ไม่ทนอะไรประมาณนั้น คุณเข้าใจใช่ไหมแรงแต่ไม่ทนเหมือนพวกกล้ามใหญ่ แต่ต้องไปหาหมอเพื่อรักษาไข้หวัด กระเพาะ ลำใส้อักเสบ เป็นประจำ ส่วนพวกหุ่นดีไม่ใหญ่มาก สุขภาพดีตลอดปีตลอดชาติ  แต่อาจจะยกของหนักที่เกินกำลังไม่ได้ นั่นแหละครับ และถ้าต้องคุณการคนที่กล้ามใหญ่สุขภาพดียกของหนักได้ ไม่เคยเจอหมอ คุณจะต้องจ่ายแพงอย่างเช่น มอเตอร์อเมริกา 3 แรงม้า (คือมันเป็นม้าที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เปิดดูแล้ว 3 แรงม้าก็จริง แต่มอเตอร์ลูกเท่ากระป๋องสเปย์ฉีดยุง)
  4. ฟังชั่นการใช้งาน 
  5.  
ผู้แสดงความคิดเห็น kk-fitness Team (khonkaenfitness-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2018-05-27 12:17:33



ก่อนหน้า1ถัดไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2013 All Rights Reserved.